วิธีปรับชีวิตกับงานได้อย่างสมดุล ของคนวัยเกษียณ

“Work Life Balance” คือแนวคิดที่ให้รู้จักการใช้ชีวิตที่สมดุลไปด้วยกันระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรหรืออยู่ในวัยไหน คุณก็ต้องมีการบาลานซ์ชีวิตและเรื่องงานให้ดีอยู่ตลอดเวลา ชีวิตและการทำงานของคุณจึงจะราบรื่นและไม่ส่งผลเสียซึ่งกันและกัน
แต่ในวัยที่คุณกำลังเกษียณอายุ การปรับชีวิตให้สมดุลกันระหว่างเรื่องงานและการใช้ชีวิตยิ่งมีความสำคัญที่คุณต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ นั่นเพราะคุณกำลังเปลี่ยนสถานะของตนเองจากวัยทำงานเข้าสู่วัยเกษียณอายุอย่างเต็มตัว หากไม่เตรียมความพร้อมและเริ่มการปรับชีวิตเสียแต่เนิ่น ๆ คุณอาจจะมีปัญหาทั้ง 2 ด้าน หรือไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา ในครั้งนี้เราจะมาดูวิธีการปรับชีวิตและการทำงานให้ไปด้วยกันอย่างสมดุลของคนที่กำลังจะเกษียณว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูไปด้วยกันเลย
7 วิธีการปรับชีวิตของคนใกล้เกษียณให้สมดุลพร้อมทั้งการงานและการใช้ชีวิต
1. บริหารเวลาในแต่ละวันให้เป็นและให้เหมาะสมกับวัยและการทำงาน
ยิ่งใกล้เกษียณยิ่งหมายความว่าอายุคุณยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานหนักและต่อเนื่องกันไปยาว ๆ ครั้งละหลาย ๆ ชั่วโมงคือสิ่งที่คุณไม่อาจทำได้เหมือนแต่ก่อน บางครั้งความคิดและการตัดสินใจของคุณอาจช้าลงไปกว่าเดิมและทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง คุณต้องยอมรับให้ได้ ว่าการทำงานสมบุกสมบันเหมือนแต่ก่อนไม่ใช่เรื่องที่จะเหมาะกับคุณอีกแล้ว ดังนั้นการทำงานคุณอาจต้องใช้เรื่องของการบริหารเวลามาเกี่ยวข้องด้วยการจัดลำดับความสำคัญก่อน - หลังของงานแต่ละชิ้นให้ดี และวางแผนการทำงานแต่ละอย่าง ไปตามลำดับ จะสามารถช่วยให้คุณยังรักษาคุณภาพของงานและประสิทธิภาพในการทำงานได้เช่นเดิม
2. อย่าละเลยสุขภาพทั้งกายและใจพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
การทำงานหักโหมหามรุ่งหามค่ำไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ในวัยใกล้เกษียณ เพราะท้ายที่สุดแม้จะมีรายได้มากมายมหาศาล แต่มันก็คงไม่คุ้มค่ากับสุขภาพร่างกายที่เสียไป คุณยังจำเป็นต้องดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีโดยการพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่าบ้างานจนเกินพอดี อย่าลืมนะคะว่างานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ถ้าหากสุขภาพของคุณไม่เอื้อ คุณก็ไม่ได้ทำงานอยู่ดี
3. อย่าละเลยครอบครัว อย่าให้เวลางานมาแทรกแซงชีวิตครอบครัวของคุณ
ปัญหาเรื่องงานกับชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ช่วงหนุ่มสาวเท่านั้นนะคะ อย่าลืมค่ะว่ายิ่งใกล้เกษียณปัญหาสุขภาพที่จะตามมาพร้อม ๆ กันทั้งตัวคุณเองและคุณพ่อบ้านแม่บ้านก็คือ “ปัญหาวัยทอง” อย่าลืมที่จะใส่ใจคนใกล้ตัวของคุณค่ะ ยิ่งในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ คุณทั้งสองคนยิ่งต้องการสิ่งที่เรียกว่า “ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม” เชื่อไหมคะว่าตามสถิติมีครอบครัวที่ต้องมีปัญหาหย่าร้างกันในช่วงวัยนี้ไม่แพ้ช่วงวัยอื่น ๆ เลยค่ะ อย่าปล่อยให้เวลางานมาทำลายความสัมพันธ์นับสิบปีของพวกคุณ
4. รู้จักปล่อยวางในการทำงานบ้าง อย่าแบกโลกไว้คนเดียว และอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป
จริงอยู่ว่าในวัยใกล้เกษียณนั้นหมายถึงตัวคุณเองอยู่ในฐานะและตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบขั้นรุนแรงต่องานของคุณ แต่คุณก็ต้องเข้าใจไว้ด้วยว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ปล่อยวางในเรื่องงานบ้างหากเรื่องนั้นไม่ได้ใหญ่โตจนสร้างความเสียหายหรืออย่าแบกโลก อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปหากเกิดปัญหาใหญ่ แม้สุดท้ายความรับผิดชอบมันจะเป็นของคุณ แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณผ่านอุปสรรคไม่ได้อยู่ที่คุณคนเดียว แต่คือการร่วมมือกันขององค์กรค่ะ การปล่อยวางจะทำให้ชีวิตช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณมีแต่ความสุข
5. เวลางานเต็มที่ ครั้นถึงเวลาเลิกงานมันคือเวลาชีวิตส่วนตัว
เมื่ออยู่ในเวลางานคุณต้องทุ่มเทให้การทำงานแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อใดที่อยู่ในช่วงนอกเวลางานมันคือเวลาชีวิตของคุณที่ต้องโยนเรื่องงานทิ้งไว้ที่ออฟฟิศ ชีวิตของเราไม่ได้มีเรื่องงานเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแต่เพียงเรื่องเดียวนะคะ ยังมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจและน่าค้นหาไม่แพ้กันค่ะ โดยเฉพาะในวัยใกล้เกษียณที่นอกเวลาทำงานคุณควรจะมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบทำเอาไว้บ้าง นอกจากจะช่วยให้คุณผ่อนคลาย มันยังอาจเป็นอาชีพเสริมหลังเกษียณของคุณก็เป็นได้
6. สำรวจการเงินเอาไว้บ้าง ตอนเกษียณจะได้ไม่ลำบาก
มาถึงขั้นที่ใกล้จะเกษียณเต็มที่ คุณควรจะต้องผ่านการวางแผนการเกษียณและทำตามแผนการอย่างรอบคอบแล้วจริงไหมคะ นอกจากเรื่องงานที่คุณต้องคิด คุณควรจะสำรวจการเงินของคุณว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีความพร้อมมากแค่ไหน เงินเก็บแต่ละก้อนอยู่ตรงไหนบ้าง และแหล่งรายได้จากอนาคตคืออะไรบ้าง ถ้าคุณสำรวจจนรู้สถานการณ์เงินของคุณเป็นอย่างดีแล้ว มันจะช่วยให้คุณรู้ว่าหลังเกษียณคุณจะมีทิศทางเป็นเช่นไร
7. เริ่มต้องคิดถึงเรื่องที่จะทำหลังเกษียณ และเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณ
ยิ่งใกล้เวลาเกษียณมากเท่าใด แม้คุณยังจะต้องเต็มที่กับงานอยู่ แต่คุณต้องเริ่มคิดถึงสิ่งที่อยากทำต่อหลังเกษียณได้แล้วค่ะ และเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจสู่ช่วงเวลาเกษียณให้ดี การเตรียมความพร้อม เตรียมตัวเตรียมใจแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกเคว้งคว้างหากถึงวันที่ต้องเกษียณตัวเองออกมาจริง ๆ คุณจะได้มีแผนการรองรับและดำเนินชีวิตไปตามแผนการนั้น ๆ รู้ไหมคะว่าความรู้สึกเคว้งคว้างที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ภาวะโรคซึมเศร้า หนึ่งในปัญหาสำคัญของคนในวัยเกษียณได้เลย
การใช้ชีวิตให้มีความสุขในวัยเกษียณ สำคัญอยู่ที่รากฐานที่คุณได้สร้างเอาไว้ตั้งแต่ก่อนช่วงเกษียณ โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณที่เป็นเสมือนช่วงเวลาที่ต้องเตรียมพร้อมทั้งกายและใจ และการวางแผนชีวิตภายหลังเกษียณ หากคุณใช้ชีวิตที่สมดุลไปด้วยกันทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว การปรับตัวหลังเกษียณก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณค่ะ อย่าลืมนะคะว่างานอาจมีความสำคัญแต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตค่ะ ถ้าคุณไม่สมดุลมันให้ดีสิ่งที่คุณจะเสียไปคือ “โอกาสสำคัญ” บางอย่างที่ไม่อาจหวนกลับมาหาคุณอีกเลยจนชั่วชีวิต
บทความที่เกี่ยวข้อง : เกษียณก่อนเที่ยวหรือเที่ยวก่อนเกษียณ/เกษียณแล้วต้องใช้เงินเดือนละเท่าไหร่/10 ขั้นตอนเกษียณรวยเงินรวยสุขภาพ



