7 วิธีการเลือกจ้างพนักงานมาดูแลร้านแฟรนไชส์

การทำธุรกิจแฟรนไชส์นอกเหนือจากการดูแลจัดการระบบ จัดการบัญชี การเฟ้นหาทำเลอีกหนึ่งสิ่งที่คุณอาจจำเป็นต้องใส่ใจก็คือ “บุคลากร” ในร้านค่ะ จริงอยู่ค่ะที่ว่าถ้าคุณมีเวลาทำเองทั้งหมด คุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานต่อเดือนไปได้มาก แต่นั่นก็ย่อมหมายความว่าคุณก็ปิดโอกาสในการขยายสาขาไปโดยปริยายหากคุณไม่หาคนมาดูแลร้านของคุณ เพราะตัวคุณเองก็ไม่สามารถแยกร่างไปเฝ้าบริหารจัดการสาขาด้วยตัวคุณเองเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน ถ้าอยากขยับขยายธุรกิจคุณจำเป็นต้องจ้างพนักงานมาช่วยค่ะ แม้คุณอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายประจำเพิ่มเติมขึ้นจากเดิม แต่ถ้าสาขาที่คุณขยายเพิ่มนั้นแปรเปลี่ยนเป็นผลกำไรหลังจากหักลบทุนแล้ว มันย่อมคุ้มค่าอย่างไม่ต้องสงสัย
การจ้างพนักงานที่ดี ๆ สักคนมาช่วยคุณทำงานอาจไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดแต่ถ้าคุณหาเจอคุณถือว่าโชคดีมาก ๆ ค่ะ เพื่อโอกาสในการขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์ที่คุณอยากจะลงทุนเพิ่มในวันนี้เรามีวิธีการเลือกเฟ้นหาพนักงานมาช่วยคุณทำงาน การจะหาพนักงานสักคนมีหลักเกณฑ์อะไรบ้างเรามาดูไปด้วยกันค่ะ
7 ขั้นตอนการเลือกจ้างพนักงานที่คุณต้องคำนึกถึงเพราะลูกน้องดี ๆ ไม่ได้หาง่าย ๆ อย่างที่คิด
1. ก่อนจะรับใครมาทำงานด้วย คุณต้องตรวจสอบประวัติกันเสียก่อน
การจะมองหาพนักงานมาช่วยงาน คุณจำเป็นต้องสืบเสาะหาประวัติปูมหลังของเขาเสียก่อนค่ะ สิ่งนี้ไม่ควรละเลยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น ประวัติส่วนตัวก็มีตั้งแต่ประวัติทั่ว ๆ ไป จำพวกข้อมูลส่วนตัว ภูมิลำเนา ประวัติการศึกษาไปจนถึงข้อมูลในเชิงลึกอย่างประวัติการทำงาน และสิ่งสำคัญก็คือ “ประวัติอาชญากรรม” ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะช่วยสกรีนคนที่จะมาร่วมงานกับคุณอย่างคร่าว ๆ ในระดับหนึ่งก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปค่ะ
2. นัดสัมภาษณ์พิจารณาดูทัศนคติในการทำงาน
การนัดสัมภาษณ์งานจะช่วยทำให้คุณรู้จักมักคุ้นกับว่าที่ลูกน้องในอนาคตของคุณค่ะ การนัดสัมภาษณ์งานไม่ใช่แต่เพียงการมานั่งคุยกันเฉย ๆ ถึงลักษณะงานที่จะต้องทำหรืออัตราค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว ถ้าการนัดสัมภาษณ์คุณไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจากคนมาสมัครเลยนั่นก็คือความล้มเหลวของคุณค่ะ แม้บรรยากาศในการพูดคุยอาจจะดูเป็นกันเองเพื่อสร้างความคุ้นเคยต่อกัน แต่สิ่งที่คุณควรจะต้องจับประเด็นในเบื้องต้นให้ได้เสียก่อนคือเรื่องของความคิดและทัศนคติต่องานว่าเป็นไปในเชิงบวกหรือลบ และไปในทิศทางเดียวกันกับคุณหรือเป็นอย่างที่คุณต้องการหรือไม่
3. บุคลิกภาพก็มีความสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม
ในการนัดสัมภาษณ์งานอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือบุคลิกภาพของผู้ที่มาสมัครค่ะว่ามีบุคลิกภาพเป็นเช่นไร เพราะธุรกิจแฟรนไชส์ที่คุณทำมันเกี่ยวข้องและต้องติดต่อโดยตรงกับลูกค้า บุคลิกภาพที่พึงประสงค์คือต้องยิ้มแย้มแจ่มใสคือหน้าตาต้องเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา เพราะรอยยิ้มเป็นด่านสำคัญด่านแรกที่จะดึงดูดลูกค้าเพราะคงไม่มีลูกค้าคนใดชอบพ่อค้าแม่ค้าที่ทำหน้าตาบึ้งตึงตลอดเวลา เรื่องถัดมาคือต้องเป็นคนพูดจารู้เรื่อง เสียงดังฟังชัด เสียงฟังดูอ่อนโยนพร้อมให้บริการ ถ้าคุณเจอผู้สมัครรายใดมีบุคลิกดังว่าให้คุณเก็บไว้ในลิสต์ผ่านเกณฑ์ได้เลยค่ะ
4. ทดสอบไหวพริบและการแก้ไขปัญหา
อย่างที่บอกค่ะว่าเพราะธุรกิจแฟรนไชส์ส่วนใหญ่มักต้องติดต่อโดยตรงกับลูกค้า แน่นอนว่าย่อมต้องมีโอกาสเกิดปัญหาให้ต้องแก้ไขได้ทุกเมื่อ ซึ่งไม่เว้นแม้แต่อาจเกิดปัญหาในระหว่างปฏิบัติงานได้เช่นกัน ในระหว่างสัมภาษณ์งานคุณอาจเตรียมคำถามทดสอบไหวพริบโดยตรงใช้จากข้อมูลปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วมาเป็นตัวทดสอบก็ได้ คุณจะได้รู้ว่าผู้ที่สนใจสมัครงานกับคุณมีไหวพริบในการแก้ปัญหาอย่างไร อย่าคิดว่าข้อนี้เป็นเรื่องตลกนะคะเพราะไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อใดที่พวกเขาต้องอยู่ร้านเพียงลำพังโดยไม่มีคุณอยู่ด้วย แล้วมีปัญหาเกิดขึ้นพวกเขาจะได้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
5. จะมาสมัครงานก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจต่องานที่สนใจอยู่บ้าง
การเดินมายื่นใบสมัครงานโดยไม่มีความรู้ในเรื่องงานที่ตนเองสนใจจะทำอยู่เลย ถ้าคุณเจอคนแบบนี้คุณปรับตกได้ทันทีเลยค่ะ เพราะมันแสดงถึงความไม่ใส่ใจ ไม่ขวนขวายที่จะทำให้ตัวเองรู้ว่ากำลังจะมาทำอะไร หากเรื่องพื้นฐานขั้นต้นเพียงเท่านี้ยังไม่ใส่ใจเลย คุณคิดว่าแล้วเรื่องอื่น ๆที่มีความสำคัญมากกว่าพวกเขาจะมีความรับผิดชอบและมีความใส่ใจหรือเปล่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้คุณดูใจร้ายค่ะ เพราะในอนาคตหากติดปัญหาและบานปลายจนแก้ไขไม่ทันการณ์สิ่งที่คุณจะเสียย่อมจะมีมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
6. ต้องมีช่วงทดลองงานเพื่อประเมินผลการทำงานว่าเข้าตาคุณหรือไม่
หากคนที่คุณนัดสัมภาษณ์ผ่านคุณสมบัติในเบื้องต้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นปูมหลังบุคลิกภาพ ไหวพริบในการแก้ปัญหาและความเข้าใจต่องานที่ทำคุณอย่าเพิ่งตัดสินใจฝากร้านแฟรนไชส์ไว้ในกำมือของเขาเด็ดขาด คุณต้องมีช่วงเวลาทดลองงานและคอยสอดส่องพฤติกรรมของเขาก่อนเสมอ อย่าลืมนะคะเงินลงทุนที่คุณลงไปไม่ใช่เงินของเขา จงอย่าไว้วางใจคนอื่นง่าย ๆ นอกเหนือไปจากคุณสมบัติเบื้องต้นที่คุณให้ผ่านตอนนัดสัมภาษณ์เรื่องเหล่านี้คุณต้องมาประเมินอีกครั้งเมื่อถึงเวลาทดลองงานค่ะ นอกจากนี้คุณยังจำเป็นต้องประเมินในเรื่องความขยัน ความใส่ใจ ความรับผิดชอบและโดยเฉพาะเรื่องของความซื่อสัตย์ด้วยค่ะ ถ้าลูกน้องที่คุณรับมาผ่านเกณฑ์ทั้งหมดข้างต้นได้ คุณจึงจะไว้วางใจเขาได้ในระดับหนึ่ง อ่านบทความ วิธีฝึกอบรมพนักงานให้มีใจรักบริการ
7. ธุรกิจไม่ใช่ของเล่นจงระวังความสนิทสนมของพวกเด็กฝากหรือคนรู้จัก
อีกหนึ่งความสัมพันธ์ทำพิษที่สร้างความระทมให้แก่เจ้าของแฟรนไชส์มาไม่น้อยก็คือหากลูกน้องของคุณมีสถานะเป็นคนรู้จักอยู่ก่อนแล้วหรือเป็นใครสักคนที่ถูกฝากมาให้มาทำงานค่ะ จงแยกความสัมพันธ์ในเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกจากกันค่ะ ปัญหาจะได้ไม่เกิดตามมา ในที่ทำงานคุณมีสถานะเป็นเพียงนายจ้าง-ลูกจ้างเท่านั้นซึ่งคุณจะต้องมีทั้งความเด็ดขาดและยืดหยุ่น มีทั้งพระเดชและพระคุณกำกับเสมอ อย่าเกรงอกเกรงใจว่าเป็นคนรู้จักหรือเด็กฝาก เพราะท้ายที่สุดคนที่จะต้องนั่งเสียใจไม่ใช่พวกเขาแต่เป็นคุณ
วิธีการเลือกพนักงานมาช่วยงานในร้านแฟรนไชส์ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษาคนเหล่านั้นให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ และพร้อมถลกแขนเสื้อช่วยคุณทำงานนั้นยิ่งยากกว่า จงอย่าใช้เพียงแค่พระเดชแต่จงใช้พระคุณและความอ่อนโยนผสมไปด้วยเสมอ ถ้าคุณทำได้ลูกน้องก็จะอยู่ทำงานไปกับคุณได้นานค่ะ คุณจะได้มีเวลาเอาไปคิดขยายธุรกิจเพื่อต่อยอดความสำเร็จให้สูงขึ้นไปอีกอย่างที่คุณต้องการ
บทความที่เกี่ยวข้อง : เหตุผลลงทุนแฟรนไชส์/5 วิธีเพิ่มยอดขาร้านแฟรนไชส์/ระบบ POS มีความสำคัญอย่างไร
สนใจแฟรนไชส์

บริษัท เดอะ วอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด
เลขที่ 419/41-44 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 29
ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270
Tel : 02-748-6410

