Facebook

5เคล็ดลับบริหารการเงินทำธุรกิจอย่างไรไม่ให้ขาดทุน1-เดอะวอฟเฟิลแฟรนไชส์
iTopPlus95920970039

การเป็นเจ้าของกิจการนั่นหมายถึงคุณกำลังมีภาระหน้าที่เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจที่คุณกำลังดำเนินการอยู่ คุณจำเป็นจะต้องเชี่ยวชาญศาสตร์และศิลป์ในหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นหลักการบริหารงาน หลักการบริหารคน การคิดวิเคราะห์และวิสัยทัศน์ในการมองการณ์ไกล หากไม่มีสิ่งเหล่านี้คุณย่อมไม่อาจทำธุรกิจให้ไปรอดและเจริญรุ่งเรืองได้ เจ้าของกิจการจึงต้องฝึกฝนทักษะเหล่านี้ให้มากค่ะ
แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องตลกนี้ไหมคะกับคำพูดที่ว่า “ยอดขายก็ดี ขายจนสินค้าไม่พอขาย ทำไมธุรกิจยังเจ๊งได้” ยังมีเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยค่ะที่ตกหลุมพรางของคำว่ายอดขาย แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำธุรกิจสิ่งที่ทำยิ่งแย่ลง ๆ และสุดท้ายธุรกิจก็ต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย
แล้วเชื่อไหมว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจที่ดูท่าว่าจะไปได้สวย กลับต้องปิดตัวลง สาเหตุที่แม้แต่เจ้าของกิจการยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองพลาดไปแล้วในเรื่องนี้ และสาเหตุที่ทำไมธุรกิจรายเล็กมักจะ…เจ๊งก็คือเจ้าของกิจการ “บริหารเงินไม่เป็น” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมกับเจ้าของกิจการที่บริหารธุรกิจจนพังไม่เป็นท่าเพราะจัดการการเงินไม่เป็น ในวันนี้เรามีเคล็ดลับการบริหารการเงินมาแนะนำสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่บริหารยังไงให้รวยที่กำลังทำธุรกิจของตนอย่างสนุกสนานจะได้ไม่ประมาทพลาดพลั้งให้ต้องมาเสียใจภายหลัง เคล็ดลับที่ว่ามีอะไรบ้างเรามาดูไปพร้อม ๆ กันค่ะ

5 เคล็ดลับบริหารการเงินสำหรับเจ้าของกิจการทำอย่างไรธุรกิจจึงจะไม่เจ๊ง

iTopPlus1253672127098

เคล็ดลับที่ 1 : แยกบัญชีของตัวเองกับบัญชีของธุรกิจให้ชัดเจน

แม้ว่าเงินลงทุนในการทำธุรกิจจะมาจากเงินเริ่มต้นของเจ้าของกิจการ แต่ถ้าเจ้าของกิจการนำเงินที่จะต้องใช้ในการทำธุรกิจมาใช้ส่วนตัว นี่คือเบี้ยหัวแตกที่จะทำให้ธุรกิจที่ทำมีโอกาสเจ๊งได้ในระยะยาวเพราะคุณจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเงินที่ถูกดึงออกไปใช้เลย ทางแก้ไขก็คือคุณต้องแยกบัญชีของคุณออกมาจากบัญชีของธุรกิจให้ชัดเจน เงินใดที่ใช้เป็นเงินลงทุน เงินสำหรับดำเนินงานของธุรกิจ คุณอย่าได้เข้าไปแตะต้องเด็ดขาด แต่คุณอาจใช้วิธีตั้งเงินเดือนให้แก่ตัวเองและต้องกำหนดเป็นตัวเลขที่แน่นอนไปเลยในแต่ละเดือนคุณจะได้รับเท่าไหร่ และต้องไม่ยุ่งกับเงินของธุรกิจอีกเด็ดขาด การทำเช่นนี้เสมือนธุรกิจของคุณกำลังจ้างคุณทำงานซึ่งข้อดีก็คือเงินเดือนที่คุณได้นี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นเคล็ดลับข้อที่ 1 แม้ว่าเงินในการลงทุนจะเป็นของเจ้าของกิจการแต่เจ้าของกิจการก็ไม่ควรนำเงินออกมาใช้โดยตรงควรแยกบัญชีระหว่างบัญชีของธุรกิจและบัญชีของเจ้าของกิจการให้ชัดเจ

“บัญชีตัวเองกับบัญชีธุรกิจต้องไม่ใช้ร่วมกัน”

6GDNTheWaffle336x280px

เคล็ดลับที่ 2 : จงมีวินัยทางการเงินและทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายที่ชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจหรือบุคคลธรรมดาก็ตาม การมีวินัยทางการเงินเป็นสิ่งที่ควรมีไม่ต่างกัน ในทางธุรกิจการมีวินัยทางการเงินอาจหมายถึงการตรงเวลาในการชำระหนี้ การจ่ายเงินเดือนเพราะสิ่งเหล่านี้คือเครดิตที่เป็นหน้าเป็นตาที่มาพร้อมความน่าเชื่อถือของเจ้าของกิจการค่ะ วินัยทางการเงินในการทำธุรกิจอีกหนึ่งเรื่องก็คือ การไม่ใช้เงินเกินตัวแม้จะเป็นไปเพื่อการขยายธุรกิจก็ตามเพราะหากเกิดปัญหาก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ธุรกิจล้มได้
อีกสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจก็คือ เจ้าของกิจการต้องรู้จักการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อให้ทราบแหล่งที่มาของเงินที่เข้าและออกของธุรกิจ และควรทำการสรุปยอดเป็นระยะเพื่อดูว่ามีรายจ่ายที่ไม่มีความจำเป็นเกิดขึ้นหรือมีการรั่วไหลของเงินไปจากกระบวนการไหนหรือไม่ รวมถึงเป็นการตรวจสอบว่าเงินที่เรียกเก็บจากลูกค้ามีเข้ามาตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งการมีวินัยทางการเงินและการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะทำให้เจ้าของกิจการทราบถึงฐานะทางการเงินของธุรกิจเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินการในอนาคต

“มีวินัยทางการเงิน ลดภาระต้นทุนที่ไม่จำเป็นไปได้มาก”

เคล็ดลับที่ 3 : ต้องมีการสำรองเงินไว้ในกรณีฉุกเฉิน

ปัญหาในการทำธุรกิจไม่ใช่สิ่งที่ใครก็อยากให้เกิด แต่บางครั้งหากเลี่ยงไม่ได้เจ้าของกิจการต้องมีแผนสำรองฉุกเฉินไว้คอยแก้ปัญหา ดังนั้นหลักการทำธุรกิจที่ดีเจ้าของกิจการต้องมีการสำรองเงินไว้ในกรณีฉุกเฉินเสมอ และเงินสำรองก้อนนี้ในยามปกติก็ไม่สมควรถูกดึงมาใช้อย่างเด็ดขาดหากไม่เกิดเรื่องฉุกเฉินจริง ๆ เงินสำรองนี้อาจอยู่ในรูปของเงินสดในบัญชีธนาคารหรืออาจเป็นสินทรัพย์ที่แปรสภาพเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วก็ได้ ส่วนเจ้าของกิจการจะตั้งฉุกเฉินที่เท่าไร ก็แล้วแต่การตัดสินใจค่ะ

“เก็บเงินก้อนสำรองใช้ยามฉุกเฉิน”

เคล็ดลับที่ 4 : ให้ความสำคัญกับกระแสเงินสด

ในการทำธุรกิจสิ่งที่ควรให้ความสำคัญนอกเหนือไปจากยอดขาย นั่นก็คือกระแสเงินสดที่อยู่ในธุรกิจ เพราะนี่คือสินทรัพย์ที่แท้จริงที่เจ้าของกิจการจะนำไปผันเป็นอะไรก็ได้หรือใช้เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคต หลาย ๆ ธุรกิจที่คำนึงถึงแต่เพียงยอดขายโดยการปล่อยสินค้าออกไปโดยให้เครดิตแก่ลูกค้า ธุรกิจนั้นจะได้รับสถานะเป็นเพียงเจ้าหนี้ที่รอการชำระจากลูกค้าเท่านั้น ยอดขายที่ได้มาก็ยังจะไม่ใช่ของจริงจนกว่าจะมีการชำระหนี้เกิดขึ้น หากลูกค้าของคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ คุณก็เดือดร้อนค่ะ และหลาย ๆ ธุรกิจก็ประสบปัญหาจนถึงขั้นล้มมาแล้วก็เนื่องจากปัญหานี้ ฉะนั้นจงอย่าคำนึงถึงแต่เพียงยอดขายตราบที่ยังไม่ได้รับการชำระหนี้ แต่จงคำนึงถึงกระแสเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจเพราะนี้คือเงินของจริงที่จับต้องได้

“ลูกหนี้ถือเป็นรายได้เมื่อชำระเงินแล้วเท่านั้น”

เคล็ดลับที่ 5 : การลงทุนเพิ่มเติมต้องมีการติดตามผล

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องมีการติดตามผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามที่วางแผนไว้หรือไม่ ยิ่งโดยเฉพาะหากมีการลงทุนเพื่มเติมยิ่งต้องติดตามผลสัมฤทธิ์ในการลงทุนว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ ส่วนหนึ่งก็เพื่อประเมินความคุ้มค่า แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อวางแผนในระยะยาวในการลงทุนต่อ ๆ ไป เพราะฉะนั้นเมื่อมีการลงทุนใหม่ ๆ เกิดขึ้นเจ้าของกิจการอย่าได้ละเลยในการติดตามผลเป็นอันขาด อย่าหน้าใหญ่ใจกล้าโดยไม่ติดตามผลลัพธ์ เพราะหากทำเช่นนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังเปิดประตูรอรับหายนะที่กำลังจะมาเยือนหากนักลงทุนเลือกซื้อแฟรนไชส์ก็ถือว่าลดความเสี่ยงและติดตามผลได้ตลอดเวลาแถมยืนยันความสำเร็จจากเจ้าของแล้วด้วย

“การลงทุนต้องวัดผลได้จึงจะประสบความสำเร็จ”


นี่คือเคล็ดลับ 5 ประการที่จะช่วยให้เจ้าของกิจการบริหารการเงินในการทำธุรกิจอย่างรัดกุม จงอย่าได้ลืมเป็นอันขาดว่ารากฐานสำคัญที่จะช่วยให้การทำธุรกิจมีความต่อเนื่อง ไม่มีสะดุดอยู่ที่ความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดในธุรกิจ เพราะเงินก็คือตัวขับเคลื่อนสำคัญนั่นเอง ธุรกิจใดที่มีปัญหาการบริหารจัดการเงินสดหรือไม่เหลือเงินอยู่ในมือมากพอในการดำเนินงาน ธุรกิจนั้นแทบไม่มีทางรอดจากหายนะ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสนใจในเรื่องของการบริหารเงินให้ดีค่ะแล้วธุรกิจที่ทำจึงจะมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง : เหตุผลลงทุนแฟรนไชส์/วิธีเก็บเงินล้านก่อนอายุ 50/วิธีลดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจ

สนใจแฟรนไชส์

iTopPlus1312794406907