6 ขั้นตอนการเปลี่ยนหน้าบ้านให้เป็นหน้าร้าน เริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ ด้วยตัวคุณเอง

ในการทำธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขาย เรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือ “ทำเล” ในการตั้งร้าน เพราะนอกจากความพลุกพล่านของคนที่สัญจรผ่านไปมาจะเป็นตัวชี้วัดโอกาสของธุรกิจ คุณต้องไม่ลืมว่าปัจจัยด้านค่าเช่าพื้นที่ก็เป็นปัจจัยตัดสินอนาคตได้เช่นกัน เพราะว่าทำเลยิ่งดีเท่าไร ค่าเช่าก็ยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าสินค้าคุณจะขายดิบขายดีเพียงใดแต่ถ้าลองได้เจอค่าเช่าที่แพงหูฉี่รับรองได้ว่าคุณก็มีโอกาสหงายเก๋งเอาง่าย ๆ
แต่ยังมีทำเลทองอีกทำเลหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายและยิ่งถ้าทำเลทองที่ว่านี้ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมา หากคุณเลือกใช้เป็นหน้าร้านของธุรกิจคุณก็สามารถตัดปัญหาเรื่องค่าเช่าแสนแพงไปได้เลย ทำเลที่ว่านี้ก็คือ “หน้าบ้านที่คุณพักอาศัย” อยู่นี่แหละซึ่งนอกจากจะประหยัดในเรื่องของค่าเช่า คุณยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อีกด้วย คุณจะเปลี่ยนจากหน้าบ้านให้เป็นหน้าร้านได้อย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำค่ะ
6 ขั้นตอนการเปลี่ยนหน้าบ้านให้เป็นหน้าร้าน
1. ก่อนจะเริ่มต้นทำต้องคิดเสียก่อนว่าคุณจะทำอะไร
ก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจคุณต้องคิดแล้วว่าคุณจะทำอะไร เพราะมันมีผลต่อการวางแผนและการปรับปรุงหน้าบ้านของคุณ ถ้าคุณจะเปิดร้านค้าทั่ว ๆ ไปรูปแบบร้านที่คุณต้องปรับปรุงจะเป็นแบบหนึ่ง ถ้าคุณจะทำร้านอาหารรูปแบบหน้าร้านก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง หรือถ้าคุณจะทำแฟรนไชส์ขายขนมหรือขายอาหารรูปแบบร้านก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งหากคุณจะนำแฟรนไชส์มาลงคุณควรจะติดต่อไปยังแฟรนไชส์ค่ะว่าเขาต้องการพื้นที่มากน้อยเพียงใดถ้าเป็นแฟรนไชส์อาหารอาจจะต้องใช้พื้นที่มากหน่อย หรือถ้าเป็นแฟรนไชส์ขนมเช่นวาฟเฟิลหรือแฟรนไชส์ขายน้ำ คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนัก
2. แผนการดำเนินงาน
จะทำธุรกิจใด ๆ ไม่ใช่ว่าคิดปุ๊ปแล้วจะเริ่มลงมือได้ในวันสองวัน หากคุณไม่มีแผนการดำเนินการมารองรับ ในไม่ช้าธุรกิจของคุณคงต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน หากคุณจะเริ่มต้นธุรกิจเองคุณจำเป็นต้องเขียนและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ชัดเจนและรัดกุมที่สุดเพื่อป้องกันความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น แต่หากคุณตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์คุณจะสามารถเข้าไปคุย ขอคำปรึกษากับทางแฟรนไชส์ได้ทุกเมื่อ
3. งบประมาณดำเนินการ
จะทำธุรกิจแต่หากไร้ซึ่งงบประมาณแล้ว ก็เห็นทีว่าธุรกิจนั้นจะรอดยาก เมื่อคุณคิดจะทำธุรกิจงบประมาณหรือเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญคะ หากคุณเริ่มต้นธุรกิจเองคุณควรจะเตรียมงบประมาณที่ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดและทุนสำรองเพื่อความคล่องตัวเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณใช้ทุนค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ถ้าคุณเลือกทำแฟรนไชส์เงินทุนเริ่มต้นส่วนใหญ่อาจไม่สูงเท่าการทำธุรกิจเอง ยิ่งหากเป็นแฟรนไชส์ที่เกี่ยวกับขนมเช่นพวกขนมวาฟเฟิล ของเดอะวอฟเฟิลเงินทุนเริ่มต้นที่ใช้ก็ไม่สูงจนเกินไปนักสามารถเปลี่ยนหน้าบ้านเป็นร้านค้าทำเงินได้เลยทีเดียว
4. ออกแบบหน้าร้านให้สอดคล้องกับธุรกิจ
เช่นเดียวกับการทำธุรกิจที่ต้องวางแผน การจะเปลี่ยนหน้าบ้านให้เป็นหน้าร้าน คุณต้องออกแบบและคำนวณพื้นที่ กำหนดองค์ประกอบทั้งหมดให้เรียบร้อยและสอดคล้องกับธุรกิจของคุณเสียก่อน หากเป็นธุรกิจแฟรนไชส์คุณต้องเลือกขนาดของคีออสให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดของคุณ เพราะหากคุณเลือกคีออสที่ไม่เหมาะสมหรือจัดวางตำแหน่งไม่ดี มันก็จะลดทอนความน่าสนใจของร้านคุณไปอย่างน่าเสียดาย
อ่านเพิ่มได้ที่ ทำเลลงทุนไปมีแต่เจ๊ง กับ เจ๊ง
5. ปรับปรุงและตกแต่งร้านให้ดึงดูดใจ โชว์จุดเด่นจุดขายของธุรกิจให้ชัดเจน
การใช้หน้าบ้านมาเป็นหน้าร้านคุณต้องตกแต่งหน้าร้านของคุณให้โดดเด่นสะดุดตาที่สุดจึงจะดึงดูดความน่าสนใจเช่นตำแหน่งการจัดวางคีออส ตำแหน่งป้ายชื่อร้าน รวมถึงตู้โชว์สินค้าที่ต้องมองเห็นชัดเจน ถ้าร้านของคุณเป็นร้านอาหารคุณต้องโชว์จุดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมเพื่อใช้มันเป็นตัวช่วยดึงดูดความสนใจคะ เช่นถ้าคุณขายวาฟเฟิลคุณก็ควรจะตั้งเตาในที่มีลมพัดเพื่อให้ลมพัดกลิ่นหอมหวานของมันให้ไปเตะจมูกลูกค้า ข้อควรระวังก็คือคุณไม่ควรใช้วิธีนี้กับอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงเพราะแทนที่มันจะช่วยเรียกลูกค้าก็กลับกลายเป็นการไล่แขกไปได้เช่นกัน นอกเหนือไปจากการตกแต่งและจัดวางตำแหน่ง คุณควรจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนชัดเจนเช่นกันว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นส่วนพักอาศัย และพื้นที่ตรงไหนที่เป็นส่วนของหน้าร้าน เพราะนอกจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย มันยังช่วยไม่ให้ลูกค้าลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของคุณคะ
6. จัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็ถึงเวลา “ลุย”
ถ้าได้แต่คิดวาดฝันถึงแผนการอันสวยหรูแต่ไม่ยักลงมือทำเสียที ความสำเร็จก็มีอันเป็นหมันค่ะ ถ้าคุณเตรียมตัวเตรียมใจและวางแผนมาอย่างดี คุณต้องลงมือทำเพื่อให้มันออกมาเป็นรูปธรรม แน่นอนค่ะว่าคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสิ่งที่คุณเตรียมการที่จะทำนั้นมันเวิร์คหรือไม่หากไม่ลงมือทำเสียที อย่ากลัวที่จะเผชิญปัญหาเพราะไม่มีความสำเร็จใดที่คุณจะได้มาโดยไม่เจอปัญหา ค่อย ๆ ลงมือทำ ค่อย ๆ แก้ไขปัญหาไปตามแต่สถานการณ์ เมื่อคุณลงมือทำและฝ่าฟันอุปสรรคไปจนถึงที่สุดแล้ว ความสำเร็จในบั้นปลายมันหอมหวานเสมอ
ในช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะสม คุณจะพบว่าหน้าบ้านของคุณไม่ใช่แค่เป็นส่วนหนึ่งของที่พักอาศัยเท่านั้น แต่มันสามารถกลายมาเป็นธุรกิจ กลายมาเป็นแหล่งทำเงินสร้างรายได้ให้แก่คุณได้อย่างคาดไม่ถึง จงอย่าลืมค่ะว่าจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่นั้นมาจากจุดเล็ก ๆ ที่เริ่มลงมือทำทั้งนั้นขอเพียงตั้งใจและลงมือทำ ใครจะรู้ค่ะว่าหน้าบ้านของคุณอาจจะกลายเป็นขุมทรัพย์ให้คุณเก็บเกี่ยวได้ตลอดไปเท่าที่คุณต้องการ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ทำไมควรซื้อแฟรนไชส์จากสินค้าที่เราชอบ/บริหารร้านแฟรนไชส์ให้ลูกค้ารักพนักงานมีความสุข/ทำไมมนุษย์เงินเดือนควรซื้อแฟรนไชส์



