บริหารต้นทุนร้านแฟรนไชส์อย่างไรให้มีกำไรสูงสุด

เปิดร้านแฟรนไชส์ สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงหลายคนโฟกัสไปที่ยอดขาย แต่การบริหารต้นทุนภายในร้านก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม หากคุมไม่ดีต้นทุนเพิ่ม กำไรลดอาจมีผลต่อสภาพคล่อง การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาดจะช่วยควบคุมไม่ให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และยังสามารถต่อยอดไปสู่การทำกิจกรรมลดต้นทุนได้ด้วย
ต้นทุนร้านแฟรนไชส์มีอะไรบ้าง ทำอย่างไรจึงจะลดต้นทุนได้ กำไรเพิ่ม
1. ต้นทุนวัตถุดิบ ลดของเสียได้ มีกำไรเพิ่ม
ต้นทุนอันดับหนึ่งของการทำธุรกิจคงหนีไม่พ้นต้นทุนค่าวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า และค่าแพคเกจจิ้ง ที่มีสัดส่วนมากถึง 30% - 50% ของยอดขาย การจะลดปริมาณหรือคุณภาพของสินค้าย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะนอกจากลูกค้าจะหนี เราเองก็จะกลายเป็นทำผิดสัญญากับบริษัทแฟรนไชส์ต้นสังกัดด้วย
ในส่วนของต้นทุนที่ควรลด เราควรโฟกัสไปที่การลดของเสียที่เกิดขึ้นแต่ละวันมากกว่า เช่น การประมาณการยอดขายในแต่ละวัน โดยนำข้อมูลที่เก็บไว้ในแต่ละเดือนมาประมาณการยอดขาย และตระเตรียมวัตถุดิบให้เหมาะสมกับเทรนด์ยอดขายในแต่ละช่วงเวลา เช่น ช่วงต้นเดือนและปลายเดือนจะขายได้มากกว่าช่วงกลางเดือน เราก็เตรียมวัตถุดิบช่วงต้นเดือนกับปลายเดือนมากหน่อย และลดปริมาณวัตถุดิบในช่วงกลางเดือนลง เพื่อลดปริมาณของเสีย เพราะวัตถุดิบบางอย่างเก็บได้ไม่นาน เป็นต้น
2. ต้นทุนแรงงานและค่าจ้าง พนักงาน Part Time ช่วยได้
การเปิดร้านแฟรนไชส์ ในกรณีที่เปิดเป็นร้านเล็ก ๆ อาจยังไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำร้าน หรือเอาเข้าจริง ๆ ก็เจ้าของร้านเองนี่แหละที่เป็นพนักงานประจำเอง แต่ในส่วนของร้านแฟรนไชส์ที่มีขนาดกลางและใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย หากไม่มีพนักงานประจำร้านคอยช่วยเหลือคงเป็นไปไม่ได้ ค่าแรงพนักงานมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 12% - 18% ของยอดขายทั้งหมด แล้วจะลดต้นทุนส่วนนี้ได้ยังไงในเมื่อเรามีความจำเป็นต้องมีพนักงานประจำร้าน
การลดต้นทุนไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปลดค่าแรง หรือลดจำนวนคนแต่อย่างใด เพียงแค่เราลองเก็บสถิติการขายสินค้าในแต่ละช่วง แล้วมาประเมินความต้องการด้านแรงงานดูว่า ช่วงไหนที่เรียกว่าเป็นช่วงที่ใยอดขายอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ให้มีแค่พนักงานประจำคอยดูแลร้าน ส่วนช่วงไหนที่เป็นช่วงพีค ยอดขายสูงขึ้น เราก็จ้างพนักงาน Part Time เข้ามาช่วยงาน เช่น ช่วงวันธรรมดาเราใช้พนักงานประจำร้าน 2 คน แต่ในช่วงวันหยุด ซึ่งมียอดขายพุ่งสูงขึ้น เราก็เลือกจ้างพนักงาน Part Time เข้ามาเพิ่ม 1 คน แทนที่เราจะว่าจ้างพนักงานประจำ 3 คน ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้เราลดต้นทุนในส่วนของค่าแรงงานลงได้ แต่ต้องฝึกอบรมพนักงานให้มีใจรักบริการด้วย
3. ต้นทุนการบริหารร้านค้า อะไรลดได้ก็ควรลด
ต้นทุนการบริหารร้านค้ามีอะไรบ้าง ต้นทุนบริหารร้านค้าก็จะมีในส่วนของการจ้างทำบัญชี ค่าน้ำมัน ค่าเครื่องเขียน ค่าปรับปรุงตกแต่งร้าน ค่าขยะ ค่าจิปาถะโน่นนั่นนี่ อะไร ๆ ก็เหมือนจะจำเป็นไปเสียหมด แล้วมันจะลดต้นทุนได้ยังไงล่ะทีนี้
ถ้าลองคิดดูดี ๆ ในค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้มันมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เราสามารถลดได้ เพียงแค่เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าเราสามารถลดต้นทุนได้ด้วยวิธีการลดปริมาณ การนำกลับมาใช้ซ้ำ การใช้เทคโนโลยีทดแทน เช่น การใช้กระดาษหน้า-หลัง ก็จะลดปริมาณการใช้กระดาษได้มากถึงครึ่งต่อครึ่ง, หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนไปเลย เช่นการตลาดออนไลน์ ใช้แอพพลิเคชั่น Line@ ในการสะสมคะแนนแทนการแจกบัตรกระดาษ, การเปรียบเทียบราคาวัสดุสิ้นเปลืองภายในร้านก่อนตัดสินใจซื้อก็ช่วยลดต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง
4. ค่าเช่าสถานที่ เลือกให้ดี เลือกให้โดน
ค่าเช่าสถานที่ขอลดได้ไหม แน่นอนว่าเจ้าของสถานที่คงไม่ยอมลดให้แน่นอน แล้วจะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อย่างไรในเมื่อเราจำเป็นต้องใช้สถานที่ในห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชนในการเปิดร้านแฟรนไชส์ ต้นทุนในส่วนนี้เราต้องเริ่มคิดเผื่ออนาคตตั้งแต่วันที่เราคิดจะทำธุรกิจแล้ว
ก่อนทำธุรกิจต้องมีการเก็บข้อมูลและสถิติมาก่อนว่า โลเคชั่นที่เราหมายตาอยู่นั้นถ้าเรามาเปิดร้านแฟรนไชส์แล้วจะรุ่งหรือจะร่วง มีร้านคู่แข่งที่อยู่ละแวกเดียวกันหรือไม่ โอกาสที่เราจะขายได้มีมากน้อยแค่ไหน คุ้มกับค่าเช่าแสนแพงที่เราต้องจ่ายไปหรือเปล่า เพราะการจ่ายค่าเช่าแพง ในขณะที่ยอดขายไม่สูงเท่าที่ควร ก็เท่ากับเราเกิดต้นทุนในส่วนนี้สูงมาก ในทางกลับกัน หากการเช่าสถานที่ในทำเลที่ดี แม้ค่าเช่าจะแพง แต่ยอดขายก็สูงเช่นกัน เมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับก็นับว่าคุ้มค่า สามารถดูวิธีดูทำเลทำเงินสำหรับแฟรนไชส์ขนาดเล็กเพิ่มได้
5. ต้นทุนค่าแฟรนไชส์รายปี และค่ารอยัลตี้ที่ต้องจ่าย
ต้นทุนค่าแฟรนไชส์รายปีและค่ารอยัลตี้ ลดได้ไหม? แน่นอนว่าลดไม่ได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมืออาชีพ สำหรับค่ารอยัลตี้หรือค่าสิทธิ ที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนไม่ได้มีผลกระทบสักเท่าไหร่ เพราะเราต้องจ่ายออกทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ค่าแฟรนไชส์รายปีนี่สิ พอวนมาครบปีต้องจ่ายเป็นเงินก้อนไม่ได้ทยอยจ่ายแบบรายเดือน กินกำไรเดือนนั้นหายไปไม่น้อยเลยทีเดียว
แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายรายปี แต่เราสามารถบริหารจัดการได้อย่างมืออาชีพ เพียงแค่เราแบ่งค่าแฟรนไชส์รายปีเฉลี่ยออกมาเท่า ๆ กันทุกเดือน แล้วในทุกเดือนตั้งเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้า กันเงินส่วนหนึ่งไว้ในทุก ๆ เดือนสำหรับจ่ายค่าแฟรนไชส์รายปี เพียงเท่านี้เมื่อถึงรอบการจ่ายค่าแฟรนไชส์ เงินกำไรของเราในเดือนนั้นก็จะไม่หดจนใจหายอีก เราสามารถนำวิธีนี้ไปใช้ในการบริหารในส่วนของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะต้องเสียเป็นรายปีได้เช่นกัน ด้วยวิธีนี้จะทำให้เรารู้ว่ากำไรที่แท้จริงในแต่ละเดือนที่เราควรได้อยู่ที่เท่าไหร่อีกด้วย
ธุรกิจแฟรนไชส์จะมีกำไรมากหรือน้อยนอกจากต้องพึ่งพายอดขายแล้ว การลดต้นทุนให้ต่ำลงได้ก็จะช่วยทำให้สัดส่วนกำไรเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพียงเรารู้จักวิธีการบริหารต้นทุนอย่างมืออาชีพ วางแผนให้เป็น รู้จักเก็บข้อมูลและนำมาใช้ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด สิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการนำเทคโนโลยีและอาศัยช่องทางโซเชียลต่าง ๆ มาช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเราด้วย
ธุรกิจแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกแฟรนไชส์ที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ มีระบบบริหารที่ดีเยี่ยม และอีกส่วนหนึ่งคือความสามารถในการบริหารร้านแฟรนไชส์ของเราเอง ซึ่งจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้ ดังนั้น เลือกแฟรนไชส์ที่ดีแล้ว เราเองต้องรู้จักบริหารร้านแฟรนไชส์อย่างมืออาชีพด้วยเช่นกัน ร้านแฟรนไชส์ของเราจะได้เติบโตอย่างมั่นคง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเราไปนาน ๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง : เหตุผลลงทุนแฟรนไชส์/SMEมือใหม่บริหารยังไงให้รวย/เหตุผลควรซื้อแฟรนไชส์ดีกว่าทำเอง
สนใจแฟรนไชส์

บริษัท เดอะ วอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด
เลขที่ 419/41-44 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 29
ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270
Tel : 02-748-6410

