เลือกซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก

การจะเลือกลงทุนอะไรสักอย่างหนึ่ง ผู้ลงทุนทุกคนย่อมมุ่งหวังว่าสิ่งที่ลงทุนลงแรงไปจะผลิดอกออกผลให้เก็บกิน สมกับที่เสียทั้งเวลา เสียแรงงานและเสียเงินไปจริงไหมคะ ถ้าสิ่งที่อุตส่าห์ลงทุนไปให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเป็นใครก็หายเหนื่อย แต่ถ้าผลตอบแทนลุ่ม ๆ ดอน ๆ ผู้ลงทุนก็คงจะใจแป้วและพาลหมดกำลังใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว
จริงอยู่ค่ะว่า การลงทุนทุกอย่างอาจจะไม่ได้มีผลลัพธ์ที่สวยหรูเสมอไป ไม่เว้นแม้กระทั่งการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่แม้จะมีความเสี่ยงต่ำ มีโมเดลความสำเร็จให้ทำตาม แต่หากปัจจัยอื่น ๆ ไม่เอื้ออำนวยการลงทุนที่ว่าเซฟ ๆ ก็อาจจะล้มครืนลงได้อย่างไม่คาดคิด
หากการลงทุนได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามเป้า คุณก็ยังได้ประสบการณ์ดี ๆ ล้ำค่าไว้ต่อยอดการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต แต่ทว่าถ้าความล้มเหลวนั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะน้ำมือของตัวเอง แต่เกิดจากการเลือกผิดและถูกหลอกแต่แรก มันคงเป็นเรื่องที่เกินจะยอมรับได้และนำมาซึ่งความคับข้องใจจนจุกอก เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้วยังเสียรู้ด้วย น่าเจ็บใจจริง ๆ
เพื่อไม่ให้การลงทุนในแฟรนไชส์ของคุณต้องเสียเปล่าเพราะถูกหลอก ในครั้งนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูกันเลย
8 วิธีเลือกซื้อแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ต้องเสียน้ำตาเพราะถูกหลอก
1. ก่อนตัดสินใจต้องหาข้อมูลของเจ้าของแฟรนไชส์
ขั้นแรกก่อนที่คุณจะเลือกลงหลักปักฐานกับแฟรนไชส์ใด คุณต้องหาข้อมูลของเจ้าของแฟรนไชส์เสียก่อนค่ะว่าธุรกิจนี้ใครเป็นเจ้าของ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราความน่าเชื่อถือให้แก่คุณค่ะ สิ่งที่คุณควรจะนำมาพิจารณาเกี่ยวกับเจ้าของแฟรนไชส์ก็คือ ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจว่าเขามีประสบการณ์นำพาธุรกิจมากน้อยเพียงใด ผลประกอบการจากการบริหารของเขาเป็นอย่างไร และมีธรรมาภิบาลในการบริหารงานหรือไม่ นอกจากนี้คุณควรจะดูวิสัยทัศน์และความตั้งใจ หรือการวางเป้าหมายด้วยว่าเขามีการมองเป้าหมายที่จะนำพาธุรกิจไปในทิศทางที่จะเจริญก้าวหน้าหรือไม่ และมีความกระหาย มีความมุ่งมั่นมากน้อยเพียงใด จำไว้นะคะว่าหัวเรือของธุรกิจเปรียบได้กับหางเสือที่จะชี้วัดความสำเร็จของการทำธุรกิจ ถ้าเจ้าของแฟรนไชส์มีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมายและบริหารงานเป็น แฟรนไชส์นั้นจึงจะน่าลงทุน
2. ดูสถานะของกิจการนั้น ๆ
นอกจากการดูว่าเจ้าของแฟรนไชส์เป็นใคร มีประสบการณ์มากน้อยเพียงใด และวางเป้าหมายของแฟรนไชส์ไว้อย่างไร สิ่งที่คุณจะต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปด้วยกันก็คือ แล้วสถานะของแฟรนไชส์สอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าของพูดไว้หรือไม่ เพราะคำพูดสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการกระทำค่ะ คุณต้องตรวจสอบสถานะทางการเงินย้อนหลังว่าที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์นี้เป็นอย่างไรบ้าง มีผลประกอบการอย่างไร มีการเติบโตจริงดั่งที่คาดการณ์เอาไว้หรือเปล่า เพราะข้อมูลเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของผู้บริหารได้มากกว่าคำพูดเสียอีก
3. สำรวจแฟรนไชส์ซีอื่น ๆ
บางครั้งก่อนที่จะติดต่อไปยังบริษัท คุณควรต้องหาโอกาสไปสำรวจพูดคุยกับเหล่าบรรดาแฟรนไชส์ซีคนก่อน ๆ ในแต่ละพื้นที่ว่า ธุรกิจที่คุณอยากร่วมลงทุนทำแฟรนไชส์เป็นอย่างไรบ้าง และพวกเขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จหรือมีความคิดเห็นต่อแฟรนไชส์นี้อย่างไร เชื่อเถอะค่ะว่าเสียงสะท้อนที่ดีที่สุดและเที่ยงธรรมที่สุดย่อมมาจากลูกค้าของตัวแฟรนไชส์หรือก็คือแฟรนไชส์ซีนั่นเอง ถ้าพวกเขามีความคิดเห็นในเชิงบวกธุรกิจนี้ก็น่าลงทุน แต่ถ้าพวกเขาอ้ำอึ้งพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ก็เป็นเรื่องน่าคิดว่าคุณจะเอาอย่างไรต่อไปดี
4. ดูสัญญาของแฟรนไชส์ให้ละเอียด
ก่อนจะลงมือเซ็นสัญญาใด ๆ คุณต้องอ่านสัญญาอย่างละเอียดชนิดที่ว่าอ่านแล้วอ่านอีก อ่านจนกว่าจะเข้าใจทั้งหมดว่าสัญญานั้น ๆ มีรายละเอียดในตัวสัญญาอย่างไร สัญญาเอาเปรียบคุณไหม มีค่าใช้จ่ายในด้านใดบ้าง และแต่ละรายการมีมูลค่าเท่าไร เรียกเก็บเมื่อไหร่และอย่างไร บริษัทจะต้องให้อะไรแก่คุณบ้าง และเป็นไปตามข้อตกลงก่อนที่จะนัดวันทำสัญญาหรือไม่ รวมถึงบริษัทจะสนับสนุนการทำธุรกิจของคุณได้อย่างไร รายละเอียดเหล่านี้หากมีสิ่งใดที่คุณไม่เข้าใจ คุณต้องสอบถามหรือโต้แย้งทันทีค่ะ และที่สำคัญควรมีการระบุหากเกิดกรณีผิดสัญญาทั้งจากตัวคุณหรือบริษัทก็ตาม ว่าจะมีมาตรการในการดำเนินการเป็นเช่นไร
5. ดูทำเลที่ตั้งในพื้นที่จริง
ก่อนการเซ็นสัญญา คุณควรจะไปลงพื้นที่จริงสักครั้งค่ะว่า ทำเลที่ตั้งที่คุณจะนำแฟรนไชส์มาลงเป็นอย่างไรบ้าง คุณควรจะดูข้อกำหนดเกี่ยวกับพื้นที่ของแฟรนไชส์ว่าเขามีข้อกำหนดอย่างไร เพราะโดยส่วนใหญ่เขาจะกำหนดพื้นที่ของแต่ละสาขาว่าต้องห่างกันเป็นระยะทางเท่าไร เพื่อลดการซ้อนทับของพื้นที่และป้องกันการเกิดปัญหาด้านยอดขายของแต่ละสาขาค่ะ ซึ่งมันจะสอดคล้องกับพื้นที่ที่คุณจะได้ไปโดยปริยาย หากคุณประเมินแล้วไม่คุ้มค่าก็ไม่ควรเสี่ยงในทุกกรณี แฟรนไชส์ที่ดีเขาจะต้องลงพื้นที่ไปสำรวจร่วมกับคุณ และถ้าหากเขาประเมินแล้วว่าไม่น่าตั้งร้าน เขาก็อาจจะปฏิเสธคุณหรือแนะนำให้คุณหาพื้นที่ใหม่
6. ดูสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ก่อนจะตัดสินใจ คุณจำเป็นต้องดูว่าสินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณสนใจมีฐานลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มใด และสอดคล้องสัมพันธ์กันหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้คุณหาได้ง่ายตามโซเชียลเลยค่ะ คุณสามารถเช็คกระแสตอบรับหรือความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายว่าเขาพูดถึงสินค้าในแง่ใด ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ ซึ่งคุณต้องนำมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนค่ะ อีกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสินค้าก็คือคุณต้องดูว่าสินค้านี้แตกต่างจากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันหรือไม่ และมีโอกาสถูกทำเลียนแบบได้ไหม ซึ่งมันจะบอกถึงแนวโน้มของธุรกิจในอนาคต
7. ดูการพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจที่ผ่านมาในอดีต
ในบางครั้งคุณจำเป็นต้องล้วงลึกไปถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเกี่ยวกับการดำเนินงานค่ะว่า ตัวแฟรนไชส์มีการพัฒนาระบบของธุรกิจเป็นอย่างไร มีการออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องหรือไม่ หรือไม่เคยคิดค้นอะไรใหม่ ๆ เลย การพัฒนาทั้งระบบและสินค้าคือสิ่งที่จะบอกเราได้ว่าบริษัทมี passion เป็นอย่างไร และมองทิศทางรวมถึงวางตำแหน่งของตัวเองไว้อย่างไรในวงการธุรกิจนั้น ๆ แฟรนไชส์ที่มีแรงผลักดันและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แฟรนไชส์นั้นคู่ควรที่จะลงทุนด้วยค่ะ
8. ดูว่าระบบสนับสนุนเป็นอย่างไร
บริการหลังการขายคือสิ่งที่จะบอกได้เช่นกันค่ะว่า แฟรนไชส์นั้นจะเป็นอย่างไรหากคุณลงทุนไปแล้ว หากมีระบบสนับสนุนที่ดี มีทีมงานคอยซัพพอร์ต คอยให้ความช่วยเหลือในการทำธุรกิจอย่างชัดเจน ก็เป็นหลักประกันได้ว่าคุณจะไม่ถูกหลอกค่ะ ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาได้จากแฟรนไชส์ซีรายอื่น ๆ หรือข้อมูลในโซเชียล
เพราะเราไม่อยากให้คุณถูกหลอกและอยากให้คุณมีความสุขกับการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ข้อแนะนำทั้ง 8 ประการนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ในการคัดเลือกแฟรนไชส์ที่คุณสนใจอยากร่วมลงทุน แฟรนไชส์ดี ๆ ที่จริงใจกับคุณยังมีอยู่อีกมากให้คุณได้เลือก ใจเย็น ๆ และค่อย ๆ พิจารณาอย่างระมัดระวังนะคะ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จได้ตามที่คุณปรารถนา หากยังหาแฟรนไชส์ดี ๆ ที่คุณถูกใจไม่ได้ ลองไปสำรวจมองหาแฟรนไชส์ตามแหล่งที่มีคนพลุกพล่านอย่างห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟฟ้าดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเจอเพชรเม็ดงามที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้
บทความที่เกี่ยวข้อง : แฟรนไชส์ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง/จะเริ่มทำธุรกิจต้องเริ่มจากอะไร?/สิ่งที่ต้องเตรียมการก่อนซื้อแฟรนไชส์
สนใจแฟรนไชส์

บริษัท เดอะ วอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด
เลขที่ 419/41-44 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 29
ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270
Tel : 02-748-6410

