Facebook

iTopPlus1557519204255
 

iTopPlus377864509564

“ตกงาน” คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันมีผลกระทบตามมาอีกมากมาย เพราะทุกคนล้วนมีภาระ มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละคนก็มีบทบาทต่อคนในครอบครัวไม่เหมือนกัน การตกงานจึงอาจหมายถึงความมั่นคงในชีวิตที่กำลังถูกสั่นคลอน
คนที่ยังอายุน้อยอยู่การตกงานอาจไม่สร้างปัญหาให้เท่ากับคนที่มีอายุมาก นั่นก็เพราะคุณยังมีโอกาสหางานใหม่ได้ง่ายกว่าคนที่อายุมาก แต่สำหรับคนที่อายุมากโดยเฉพาะเมื่อต้องตกงานในวัย 45 ปีขึ้นไป โอกาสที่คุณจะหางานและได้งานอยู่ในขั้นที่เรียกว่าลำบากพอดู ไหนจะด้วยเรื่องของอายุงานที่เหลือน้อย ฐานเงินเดือนเดิมที่ค่อนข้างสูง นี่แหละค่ะคืออุปสรรคสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ได้งาน และยังมีภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัว การตกงานด้วยอายุขนาดนี้บอกได้คำเดียวค่ะว่า “เครียด”
เพื่อช่วยคุณให้วางแผนไปต่อได้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเอาอย่างไรดี วันนี้เรามีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะว่า หากต้องตกงานตอนอายุ 45+ คุณต้องทำอย่างไรบ้าง

7 ขั้นตอนรับมือคุณจะทำอย่างไร หากต้องตกงานเมื่ออายุมาก

1. สติมาปัญญาเกิด

เชื่อเถอะค่ะความรู้สึกแรกเมื่อรู้ว่าตนเองต้องตกงาน คุณต้องช็อก สับสน งุนงงและสติแตกแน่ ๆ ว่าต่อแต่นี้จะต้องทำอย่างไรดี สิ่งแรกที่คุณควรทำคือคุณต้องตั้งสติให้ได้และต้องทำให้ไวด้วย ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ การมัวมานั่งเสียใจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ตั้งสติให้ได้ บอกกับตัวเองว่าวิกฤตินี้คุณต้องผ่านไปให้ได้ เชื่อเถอะค่ะถ้าคุณคิดจะลุกขึ้นสู้ ไม่มีอุปสรรคใดที่คุณจะก้าวไม่พ้น

2. ดูเรื่องค่าชดเชยที่คุณจะได้รับตามกฎหมาย

เมื่อตั้งสติได้แล้วต่อมาคุณต้องดูเรื่องค่าชดเชยที่บริษัทต้องจ่ายให้คุณตามกฎหมาย ถ้าคุณต้องถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดและไม่ได้หมดสัญญาจ้างงาน กฎหมายเขาก็มีข้อคุ้มครองลูกจ้างเช่นคุณตามกฎหมาย อย่ากลัวที่จะเจรจาเรียกร้องค่าชดเชยจากนายจ้าง ถ้าคุณไม่มีความผิด หากนายจ้างบ่ายเบี่ยง อิดออดไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย คุณสามารถร้องเรียนไปยังกระทรวงแรงงานได้ทันทีค่ะ

6GDNTheWaffle336x280px

3. รีบไปเช็กสิทธิ์ประกันสังคม

เมื่อรู้ว่าต้องตกงานแน่ ๆ คุณควรรีบไปเช็กสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับกับสำนักงานประกันสังคมในกรณีที่คุณเป็นผู้ยื่นประกันตนว่าคุณยังจะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้างและเป็นระยะเวลาเท่าไร จากนั้นให้ไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานเพื่อรับเงินชดเชยตามสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับ หากไม่ใช่การถูกไล่ออกเพราะมีความผิดหรือการหมดสัญญาจ้างงาน คุณก็มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 6 เดือน การขึ้นทะเบียนคนว่างงานคุณจะต้องทำภายใน 30 วันหลังถูกเลิกจ้าง

4. สำรวจเงินเก็บและจัดระเบียบรายจ่ายเสียใหม่

ขั้นตอนต่อมาคือคุณต้องสำรวจเงินเก็บทุกก้อนของคุณค่ะว่ามีอยู่เท่าไหร่ และอยู่ตรงไหนบ้างเพื่อที่ว่าคุณจะได้ดึงออกมาใช้ได้ทันที จากนั้นคุณต้องสำรวจและจัดระเบียบรายจ่ายทั้งหมดของคุณว่ามีอะไรบ้างเพื่อจะได้ทำการตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดออกไป ถัดมาหากคุณเป็นหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้านหรือหนี้บัตรเครดิต ลองหาทางเจรจายืดหยุ่นการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ให้ดี คุณจะได้ไม่เดือดร้อนมากนัก

5. มองหางานใหม่ทันที อย่าปล่อยให้ต้องตกงานนาน

การตกงานเป็นระยะเวลานานไม่ใช่เรื่องดีค่ะ เพราะจะทำให้เงินเก็บของคุณค่อย ๆ ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ คุณควรจะมองหางานใหม่ทันทีเมื่อคุณจัดการจัดระเบียบชีวิตของคุณได้เรียบร้อยแล้ว คุณอาจจะไปขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางานให้ช่วยเหลือหรือส่งประวัติการทำงานของคุณไปยังบริษัทต่าง ๆ และมองหาช่องทางในการหางานทุก ๆ ช่องทางเท่าที่คุณจะทำได้ค่ะ

6. หาอะไรทำระหว่างรอเพื่อหารายได้มาแบ่งเบาเพราะ

ถึงตรงนี้คุณอาจต้องมาสำรวจตัวคุณแล้วค่ะว่า คุณมีทักษะพิเศษอะไรอีกหรือไม่ ที่พอจะนำมาทำได้ระหว่างรองานใหม่ เพื่อหารายได้มาช่วยบรรเทาภาระนี้ค่ะ ทักษะพิเศษนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณมองข้ามหรือไม่ทันนึกถึง หากคุณคิดไม่ออกจริง ๆ ลองมองหาลู่ทางอื่นที่จะทำให้คุณมีรายได้มาใช้จ่ายก่อนก็ได้ค่ะ เช่นการขายของ ขายอะไรดี ให้มีกำไร อ่านได้ในบทความนี้ การทำอาหารขาย หรือนำเอาเสื้อผ้ามือสองที่คุณไม่ใช้แล้วมาขายค่ะ

7. มองหาโอกาสใหม่ ๆ เช่นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง

บางครั้งการตกงานก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณได้มีโอกาสมองหาสิ่งใหม่ ๆ ทำก็เป็นได้ ด้วยวัยขนาดนี้หากในอดีตคุณมีวินัยในตัวเองอยู่พอสมควร คุณต้องมีเงินเก็บมากพอที่นอกจากจะเอามาใช้จ่ายก่อนในช่วงนี้ คุณยังสามารถนำเงินเก็บส่วนนี้มาแปรสภาพเป็นเงินทุนเพื่อเลือกลงทุนในการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงต่ำเช่นการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ค่ะ มีแฟรนไชส์จำนวนไม่น้อยที่ใช้เงินเริ่มต้นต่ำและมีโอกาสคืนทุนได้ไว เช่นแฟรนไชส์เดอะวาฟเฟิลบนสถานีรถไฟฟ้า ไม่แน่นะคะว่าการตกงานที่ดูเหมือนเป็นความโชคร้าย กลับกลายเป็นความโชคดีที่คุณได้พบโอกาสใหม่ ๆ และอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ให้คุณมากกว่าเดิมเสียอีก
การตกงานในวัย 45+ อาจไม่ใช่ความโชคร้ายเสมอไปค่ะ ขอเพียงคุณตั้งสติใหม่ให้ไวแล้วรีบลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยกำลังกาย กำลังสติปัญญาของคุณ ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่เราจะก้าวข้ามมันไม่พ้นหรอกค่ะจริงไหม ไม่แน่นะคะการตกงานในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ให้คุณได้ไปเจอกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็เป็นได้ ขอเป็นกำลังใจและแรงใจให้คุณลุกขึ้นสู้และฝ่าฟันวิกฤติไปให้ได้นะคะ ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 ขั้นตอนเกษียณรวยเงิน รวยสุขภาพ/เกษียณแล้วทำอะไรดี/ชีวิตหลังเกษียณข้าราชการ ทำอะไรดี

สนใจแฟรนไชส์

iTopPlus1312794406907