ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ในวัยเกษียณ เพื่อให้มีใช้ไปจนถึง 80 ปี

“เกษียณแล้วไม่รู้จะมีเงินพอใช้ไปตลอดหรือเปล่า” หนึ่งในเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจของใครหลายคนที่กำลังอยู่ในวัยใกล้เกษียณเต็มที เพราะทำงานมาเป็นหลายสิบปี พอถึงเวลาเกษียณทุกคนก็อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ได้ทำ ได้เที่ยวอย่างที่ใจต้องการ แต่ถ้าเก็บเงินไม่พอใช้นอกจากความฝันจะพังทลาย ชีวิตนับจากนี้คงฝืดเคืองทุกข์ระทมเป็นแน่ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตในบั้นปลายต้องฝืดเคือง คุณต้องเริ่มวางแผนการเงินกันได้แล้วค่ะ ยิ่งถ้าคุณอยากอยู่อย่างสุขสบายคุณก็ยิ่งต้องคิดถึงการวางแผนการเงินมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อถึงบั้นปลายวัยเกษียณคุณจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการ ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นเราลองมาสำรวจตรวจสอบกันสักนิดก่อนค่ะว่า ถ้าอยากจะมีชีวิตหลังเกษียณที่มีแต่ความสุข ณ วันสุดท้ายของการทำงานคุณควรจะต้องมีเงินเก็บอยู่กับตัวเท่าไรกันดีถึงจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตของคุณ ถ้าพร้อมแล้วเราตามมาดูกันเลยค่ะ
5 ข้อผิดพลาดที่จะทำให้คุณน้ำตาตกเพราะเงินไม่พอใช้ในวัยเกษียณ
ก่อนที่เราจะไปดูว่าเราควรมีเงินเท่าไรในวันสุดท้ายของการทำงาน เรามาดูกันเสียหน่อยนะคะว่า ข้อผิดพลาดอะไรบ้างที่จะทำให้คุณมีเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ
1. ไม่วางแผนเพื่อการเกษียณ
ในขณะที่มีคนจำนวนมากเริ่มต้นเก็บออมเพื่อชีวิตบั้นปลายที่ดี แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยล่ะค่ะที่ไม่เคยวางแผนเตรียมการเกษียณอะไรเลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่ามีเงินชักหน้าไม่ถึงหลังหรือใช้ชีวิตสายชิลก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุและผลใดก็ตามมันแสดงถึงความหย่อนยานทางวินัยการเงินของคุณทั้งสิ้น
2. หวังพึ่งพาเงินบำนาญ เงินสำรองเลี้ยงชีพและเงินทดแทนเพียงอย่างเดียว
ข้อนี้คืออันตรายใหญ่หลวงสำหรับคนที่มีเงินบำนาญหรือเงินสำรองเลี้ยงชีพมารองรับแน่ ๆ ในอนาคต เพราะคิดแค่ว่าอย่างไรเสียเกษียณไปก็มีเงินใช้ทุกเดือนจึงไม่ค่อยกังวลกับการเก็บออมเงินในปัจจุบัน ถ้าคุณเข้าใจภาษิตที่ว่า “อย่าหวังพึ่งน้ำบ่อหน้า” คุณจะเข้าใจทันทีว่ามันคือความผิดพลาดที่ร้ายแรง ไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้าได้เลยค่ะว่าเมื่อถึงเวลานั้นเงินที่คุณคิดว่าจะได้แน่ ๆ มันจะพอใช้หรือเปล่า ฉะนั้นถ้าไม่อยากลำบากคุณก็ต้องมีเงินออมผสมไปกับเงินบำนาญค่ะ
3. เริ่มต้นเก็บออมช้า
การเริ่มต้นออมเงินช้าคุณยิ่งเสียประโยชน์ค่ะ แม้ว่าในช่วงทำงานปีท้าย ๆ คุณจะกระหน่ำเก็บเงินมากเพียงใดก็ตาม คุณก็ไม่มีทางสู้คนที่เขาเริ่มเก็บเงินไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยได้เลยเพราะคุณเสียโอกาสของคำว่า “ดอกเบี้ยทบต้น” ไปแล้ว ถ้าคุณรู้ว่ามันมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน คุณจะไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงปีเดียวในการเร่งเก็บเงินเลยทีเดียว
4. ลงทุนสินทรัพย์ในการเกษียณไม่หลากหลาย
อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ยังคงถูกพูดถึงเสมอมาในโลกแห่งการลงทุน ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณเลือกลงทุนเพื่อเตรียมตัวในการเกษียณ เพราะการลงทุนเพื่อการเกษียณเป็นการลงทุนในระยะยาว เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าสินทรัพย์ที่คุณเลือกลงทุนจะสร้างผลกำไรตอบแทนคุณได้ทุกปีหรือไม่ การลงทุนในสินทรัพย์เพียงชนิดเดียวหรือไม่มีความหลากหลายคือความเสี่ยงอย่างมากในการลงทุนค่ะ เพราะหากพลาดพลั้งขึ้นมาเท่ากับที่คุณลงทุนมาทั้งหมดแทบสูญเปล่า
5. การไม่พยายามเอาชนะเงินเฟ้อ
ปัญหาเงินเฟ้อคือสิ่งที่จะกัดกร่อนความมั่งคั่งของคุณมากที่สุด การเลือกลงทุนหรือทำอะไรก็ตามที่ไม่พยายามเอาชนะเงินเฟ้อเลย ในระยะยาวเงินของคุณก็แทบมีมูลค่าไม่พอใช้อยู่ดี การลงทุนแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่ถ้าคุณมีความรู้มากพอคุณขจัดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดได้ แต่ถ้าคุณไม่พยายามทำอะไรเลย นั่นแหละค่ะคือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด
แล้วเราจะต้องมีเงินเก็บหรือหาเงินเก็บไว้เท่าไหร่ดี เพื่อให้อยู่สบาย ๆ จนถึงอายุ 80
คุณไม่ต้องกังวลไปค่ะว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะต้องมีเงินเก็บเท่าไร่ถึงจะดีเพราะมีคนช่วยคิดสูตรคำนวณอย่างคร่าว ๆ ให้คุณไว้แล้ว โดยสูตรคำนวณก็คือ
“จำนวนเงินที่ควรจะมี ณ วันเกษียณ = ค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ x จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ” นี่คือวิธีการคิดว่าคุณจะต้องเตรียมเงินไว้เท่าไรจึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ
แต่จำนวนเงินที่คุณจะนำมาคิดคำนวณยังมีตัวแปรต่าง ๆ ที่ต้องนำมาคิดอีกเช่นกัน ตัวแปรที่จะต้องนำมาคิดก็คือไลฟ์สไตล์ที่คุณอยากใช้ชีวิตอยู่นั่นเอง โดยไลฟ์สไตล์ที่ว่ามีดังนี้ค่ะ
1. อยู่แบบพอมีพอกินไม่สนใจการไปท่องเที่ยวหรือหาความบันเทิง
ถ้าการใช้ชีวิตของคุณไม่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนหย่อนใจ คุณอาจประเมินว่าในแต่ละเดือนคุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่เท่าไหร่ สมมุติว่าอยู่ที่ 25,000 บาท คุณนำไปคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อปีที่ 12 เดือนและนำไปคำนวณรวมเป็นจำนวนปีที่คุณน่าจะมีอายุขัยเช่น 80 ปี นั่นเท่ากับว่าคุณจะต้องมีเงินเก็บเท่ากับ (25,000 x 12) x (80-60) = 6,000,000 บาท คุณจึงจะพออยู่ได้อย่างสบาย
2. อยู่แบบพอมีพอกินและชอบการท่องเที่ยวและความบันเทิง
ถ้าไลฟ์สไตล์ที่คุณวางแผนเอาไว้คือการหาความบันเทิงและท่องเที่ยวแต่คุณไม่ได้สนใจว่าต้องใช้ชีวิตหรูหราคุณอาจคำนวณงบเพื่อความบันเทิงและการท่องเที่ยวเป็นรายเดือนเช่นตั้งงบท่องเที่ยวไว้ 30,000 บาทต่อเดือนหรือเท่ากับ 360,000 บาทต่อปี จากนั้นจึงนำไปคำนวณรวมกันกับเงินเก็บในข้อ 1 นั่นคือคุณต้องมีเงินเก็บที่ประมาณ 6,000,000 + (360,000x20) = 13,200,000 บาทต่อปี ทั้งนี้คุณอาจปรับลดได้ตามความเหมาะสม
3. ใช้ชีวิตหรูหราและชอบความบันเทิงและการท่องเที่ยว
ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณอยากใช้ชีวิตให้สุขสบายไม่ต้องกังวลเรื่องรายจ่ายและท่องเที่ยวอย่างสบายใจคุณอาจตั้งงบใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 – 40,000 บาทต่อเดือนก็ได้ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณจะเท่ากับว่าคุณจะต้องมีเงินเก็บประมาณ 15,600,000 – 16,800,000 บาท ค่ะ
พึงระวังอย่าลืมกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลยามเกษียณ
หากคุณไม่มีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลคุณอาจจำเป็นต้องกันเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยโดยคุณอาจคำนวณเผื่อค่ารักษาพยาบาลเป็นรายเดือนเอาไว้ล่วงหน้าที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือนก็ได้ค่ะ แม้คุณอาจจะไม่ได้ใช้ทุกปีแต่เมื่อใดที่คุณเจ็บป่วยคุณจะได้ไม่ต้องดึงเงินเก็บในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักหรืองบท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นคุณจะต้องมีเงินเผื่อสำหรับการรักษาพยาบาลประมาณ (10,000x12)x20 เท่ากับ 2,400,000 บาท ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการรักษาตัวยามเจ็บป่วย
จะเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณให้งอกเงย การลงทุนคือคำตอบที่ต้องคำนึงถึง
แน่นอนค่ะว่าการจะเก็บเงินให้ได้มากถึงเพียงนี้การออมเงินเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้คุณบรรลุถึงฝั่งฝัน การลงทุนจึงเป็นคำตอบของเรื่องนี้ค่ะ การลงทุนในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบแบบใดและเข้าใจมันมากน้อยเพียงใดและรับความเสี่ยงได้ขนาดไหนไม่ว่าจะเป็น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนทำธุรกิจเองหรือจะซื้อแฟรนไชส์อาหาร เครื่องดื่ม ขนมจำพวกชานม แฟรนไชชส์เดอะวาฟเฟิลมาลงทุนก็ได้ อย่าลืมนะคะว่าความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่ทำอะไรเลยต่างหาก
หากอยากจะสบายตอนเกษียณจงเริ่มต้นวางแผนเสียตั้งแต่ตอนนี้ และจงอดออมและลงทุนเพื่อให้ดอกผลนั้นงอกเงย หาไม่แล้วคุณอาจต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง
บทความที่เกี่ยวข้อง : เหตุผลลงทุนแฟรนไชส์/ชีวิตหลังเกษียณทำอะไรดี/7 สิ่งที่ต้องทำก่อนอายุ 60
สนใจแฟรนไชส์

บริษัท เดอะ วอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด
เลขที่ 419/41-44 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 29
ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270
Tel : 02-748-6410

