ทำบุญรวยชาติหน้า ทำการค้ารวยชาตินี้ แล้วทำธุรกิจอะไรดี

ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาเกือบครึ่งชีวิต คงไม่มีใครอยากเป็นลูกจ้างตลอดไปหรอกใช่ไหมคะ หลายคนมีความฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวไว้สักอย่างสองอย่าง เพราะชีวิตข้างหน้าไม่แน่นอน ธุรกิจที่ทำอาจจะรุ่งมากกว่าทำงานประจำก็เป็นได้ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเศรษฐีใหม่อายุน้อยเกิดขึ้นมามากมาย หลายคนสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากเงินทุนก้อนแรกแค่ไม่กี่บาท เราเองก็ไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนหมดไฟไปเปล่า ๆ จะเลือกทำธุรกิจอะไรดี? หากยังไม่มี Target ต้องเสาะแสวงหา คำตอบอยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละค่ะ
1. สำรวจตัวเอง มองหาธุรกิจที่ใช่ ในสิ่งที่ชอบ
ธุรกิจที่เริ่มต้นจากความชื่นชอบจะส่งผลทำให้เรามีความมุ่งมั่น ใส่ใจ และแม่นยำในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่มีใครรู้จักสินค้าของเราได้ดีเท่าเราหรอกค่ะ หากเริ่มต้นธุรกิจด้วยความไม่ชอบความใส่ใจก็จะไม่มี นับประสาอะไรกับการค้นคว้าหาความรู้เพื่อสร้างและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ออกมาดี ดังนั้น คิดจะเริ่มต้นธุรกิจ ลองสำรวจตัวเองดูค่ะว่าเรารักชอบอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของงานประจำ งานอดิเรก และความสนใจส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้จะเป็นเข็มทิศอันแรกที่จะทำให้เรารู้ว่าตัวเราเหมาะที่จะทำธุรกิจอะไร หาแรงบันดาลใจจาก อาชีพเสริมเพิ่มรายได้สำหรับมนุษย์เงินเดือน
2. สิ่งไหนที่ถนัดจัดเอาไว้อันดับต้น ๆ
มองหาสิ่งที่เราถนัด หลายคนเริ่มต้นธุรกิจจากความถนัดส่วนบุคคล บางครั้งธุรกิจของเราก็เกิดขึ้นมาจากทักษะที่เราได้มาจากงานประจำนั่นแหละค่ะ ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริษัทรับทำบัญชี หรือ บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากการนำทักษะจากการทำงานประจำมาใช้ทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งความถนัดและทักษะส่วนบุคคลก็สามารถนำมาใช้ในการพิจารณาได้เหมือนกันนะคะ เช่น มีทักษะการทำอาหาร ก็สามารถเปิดร้านอาหาร หรือทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารได้เช่นกัน
3. ตลาดต้องศึกษา เพราะลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ
หลังจากสำรวจความชอบ และความถนัดแล้ว สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการกำหนดสินค้าและบริการที่ต้องการคือการสำรวจตลาด ต่อให้สินค้าของเราทำออกมาดีแค่ไหน แต่หากไม่ใช่สินค้าที่ตลาดต้องการ ธุรกิจของเราเองนั่นแหละค่ะที่จะล้มไม่เป็นท่า สิ่งที่ว่าที่เจ้าของธุรกิจใหม่จะต้องให้ความใส่ใจมากคือ ลูกค้า เราต้องตอบโจทย์ให้กับตัวเองได้ว่า สินค้าของเราจะผลิตออกมาเพื่อใคร อย่าลืมว่าการผลิตสินค้าออกมานั้นมันง่ายกว่าการที่จะทำอย่างไรให้เขาซื้อสินค้าของเรากลับไปด้วย ดังนั้น สำรวจตลาดก่อนฟันธงว่าจะเลือกทำธุรกิจอะไรดี
4. เงินลงทุน มีเท่าไหร่ต้องใช้ให้เป็น
สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ “เงินทุน” ค่ะ แต่ที่มากกว่าเงินทุนคือการจัดสรรงบประมาณในการเริ่มต้นธุรกิจ เราจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการผลิตสินค้า การทำการตลาด การเตรียมสถานที่ และเงินทุนหมุนเวียนที่จะต้องใช้ในกิจการ ซึ่งมือใหม่อย่างเรา ๆ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้ามากพอสมควรสำหรับการวางแผนงบประมาณ ที่ในบางครั้งอาจบานปลาย หากงบประมาณของเราค่อนข้างมีจำกัด การซื้อแฟรนไชส์เป็นหนึ่งในทางออกที่น่าสนใจสำหรับว่าที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่ไม่อยากปวดเศียรเวียนเกล้าเมื่อพบว่างบเริ่มบาน เพราะแฟรนไชส์จะเตรียมทุกอย่างสำหรับการขายสินค้าและทำการตลาดให้อยู่แล้ว รับรองงบไม่บานปลายแน่นอนค่ะ
5. สินค้าดีต้องมี Story
สินค้าที่ดีต้องมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง เรื่องราวจะเอามาจากไหน?.เรื่องราวของสินค้าก็เริ่มตั้งแต่เรามีความคิดริเริ่มที่จะทำธุรกิจนั่นแหละค่ะ ในเรื่องราว ต้องมีความใส่ใจ มีคุณค่า น่าค้นหา แฝงไปด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสินค้าของเรา เรื่องราวของสินค้าจะช่วยทำให้สินค้าของเรามีความน่าสนใจมากกว่าสินค้าธรรมดา ๆ ที่ไม่มี Story อะไรเลย และยิ่งมีรางวัลการันตีความสำเร็จก็จะยิ่งมีความน่าสนใจและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นไปอีก เช่น แฟรนไชส์เดอะวอฟเฟิล อันดับ 1 ผู้นำตลาดแฟรนไชส์วาฟเฟิลรายแรก และมียอดขายอันดับ 1 มานานกว่า 15 ปี” แค่ลูกค้าเห็นก็รู้สึกได้แล้วล่ะค่ะว่าวาฟเฟิลเจ้านี้มันต้องดี มันต้องอร่อย ถึงขายดีมานานขนาดนี้ ต้องลองซื้อแล้ว เห็นไหมคะสินค้าดีต้องมีเรื่องราวจึงจะน่าสนใจค่ะ
6. มีความภูมิใจในสินค้า กล้าพรีเซนต์ออกมาเรามีอะไรดีบ้าง
มีสินค้าแล้ว ถ้าไม่มีความภูมิใจในสินค้าและธุรกิจของตัวเองแล้วจะกล้าบอกใครไหมล่ะคะ ว่านี่คือธุรกิจของเรานะ สินค้าของเรานะ สินค้าของเรามันดียังไง พิเศษกว่าคนอื่นตรงไหน อย่าลืมนะคะ ต่อให้สินค้าดีแค่ไหนก็ตาม สินค้าไม่สามารถพรีเซนต์ตัวเองได้ สินค้าพูดไม่ได้ว่าตัวเองมีอะไรดีบ้าง เป็นหน้าที่ของเจ้าของธุรกิจอย่างเรานี่แหละค่ะที่จะต้องทำหน้าที่ในการพรีเซนต์ จุดดี จุดเด่นของสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จัก หรือจะเลือกซื้อแฟรนไชส์จากสินค้าที่ชอบก็เป็นแนวทางที่ดี
7. รู้จักสินค้าให้เหมือนกับรู้จักตัวเอง
ไม่มีใครรู้จักสินค้าของเราได้ดีเท่าตัวเราเอง เมื่อลูกค้ามีคำถามต้องมีคำตอบพร้อมเอาไว้อยู่ในใจเสมอ อุทิศเวลาให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้มาก หลายครั้งลูกค้าต้องการรู้มากกว่าคำถามง่าย ๆ ว่าสินค้าของเราคืออะไร ดียังไง แต่อาจมีคำถามที่ไม่คาดคิดขึ้นมาเช่น แหล่งวัตถุดิบมาจากไหน หรือเจ้าอื่นราคาถูกกว่านี้ เราต้องมีเทคนิคในการตอบคำถามที่ฟังแล้วลูกค้าพอใจ มองเห็นความคุ้มค่า และเลือกซื้อสินค้าของเรา หากรู้จักสินค้าของตัวเองแค่ผิวเผินคงยากที่จะตอบคำถามลูกค้าได้ อย่าลืมนะคะ เจ้าของธุรกิจอย่างเราต้องรู้จักสินค้าเท่ากับรู้จักตัวเองด้วยค่ะ
7 แนวทางสำหรับว่าที่เจ้าของธุรกิจใหม่ คงพอที่จะช่วยเป็นแนวทางในการมองหาธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเองได้นะคะ นำความรู้ความสามารถที่เราสั่งสมมาจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนมาหลายปี นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเรา สำรวจความชอบและความสามารถของตนเองก่อน เพื่อมองหาสินค้าและบริการที่เราน่าจะทำได้ดี แล้วก็เริ่มลงมือสร้างธุรกิจของเราให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเถอะค่ะ เริ่มวันนี้รวยวันนี้ หากไม่ยอมเริ่มสักทีอยากจะรวยก็คงยาก หากมองซ้ายเหลียวขวาแล้วไม่มีความถนัดอะไรเป็นพิเศษเลย ลองมองหาธุรกิจแฟรนไชส์ดี ๆ อย่างเช่นแฟรนไชส์เดอะวอฟเฟิล ที่สามารถทำกำไรได้เร็ว และมีความเสี่ยงต่ำดูนะคะ เพราะแฟรนไชส์จะช่วยลดภาระในการเริ่มธุรกิจใหม่ไปเยอะทีเดียว และยังไม่ต้องเสี่ยงกับการลองผิดลองถูกอีกด้วย แต่ถ้าเรามั่นใจในทักษะและฝีมือของเราอยู่แล้วก็เริ่มต้นธุรกิจของเราตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ
เดอะวอฟเฟิลแฟรนไชส์
วาฟเฟิลสายพันธุ์ไทย ยอดขายดีที่สุดในประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์/ขายอะไรดีให้มีกำไร/สิ่งที่ต้องมีก่อนอายุ 30
สนใจแฟรนไชส์



