งบประมาณที่ต้องเตรียมในการซื้อแฟรนไชส์ต้องเตรียมสำหรับอะไรบ้าง
งบประมาณที่ต้องเตรียมในการซื้อแฟรนไชส์ต้องเตรียมสำหรับอะไรบ้าง

ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์อะไรดี เป็นคำถามแรกที่แว๊บเข้ามาและมีเพียงเราเท่านั้นที่รู้คำตอบ การเลือกแฟรนไชส์ให้เหมาะสมนั้นควรเอาความชอบมารวมเข้ากับความถนัด แบรนด์ต้องเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก มีความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือต้องเหมาะกับจำนวนเงินในกระเป๋าด้วย แฟรนไชส์ที่มีอยู่มากมายแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อตกลงที่ไม่เหมือนกัน เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณที่มี แค่เตรียมเงินให้พอสำหรับจ่ายค่าแฟรนไชส์อาจยังไม่จบแค่นี้ ยังมีรายจ่ายส่วนอื่นที่ต้องเตรียมให้พร้อมเช่นกัน ถ้าอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้อยู่รอดในระยะยาวต้องมีงบประมาณค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

1. เงินลงทุนเริ่มต้นสำหรับซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์

หลากหลายหมวดหมู่ของธุรกิจแฟรนไชส์มีให้เลือกตามความชอบและความถนัด แฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมสำหรับว่าที่ผู้ประกอบการในไทยส่วนใหญ่จะเป็น อาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม จำนวนเงินลงทุนในการซื้อแฟรนไชส์มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน ในแต่ละแฟรนไชส์จะมีแพคเกจให้เลือกลงทุนตามงบประมาณที่พอใจ สังเกตดูว่าแฟรนไชส์อาหารที่ต้องใช้เงินลงทุนหลักแสน มักจะมีการควบคุมด้านคุณภาพของสินค้าอย่างเคร่งครัด แฟรนไชส์เดอะวอฟเฟิลก็เช่นกัน เพื่อให้ได้รสชาติเหมือนกันทุกสาขา เป็นการรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของแบรนด์ไว้ ไม่เช่นนั้นหากสาขาใดทำพลาดไม่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสาขาอื่นเช่นกัน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะประกอบไปด้วย ค่าสมาชิกแรกเข้า เงินค้ำประกัน ค่าลิขสิทธิ์ในการประกอบธุรกิจ ค่าวัตถุดิบเบื้องต้นและอุปกรณ์สำหรับประกอบการขาย เงินส่วนนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นทำธุรกิจเท่านั้น

6GDNTheWaffle336x280px

2. ค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการ

เป็นค่าใช้จ่ายที่มีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะ เป็นต้นทุนแฝงที่มือใหม่มักจะลืมนึกถึง ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนเจ็บตัวกันมานักต่อนัก การประเมินเบื้องต้นจะทำให้ทราบว่ามีต้นทุนเกิดขึ้นเท่าไหร่ เช่น

ค่าเช่าสถานที่

ในส่วนของทำเลที่เราตัดสินใจเลือกเองนั้น เรื่องค่าเช่าสถานที่ เงินมัดจำ และค่าประกันอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของผู้ซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งต้องดูรายละเอียดของสัญญาเช่าให้ดี สถานที่ยอดนิยมสำหรับแฟรนไชส์มีทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน  แม้กระทั่งตลาดนัด จำนวนผู้คนที่สัญจรผ่านเป็นตัวแปรที่กำหนดราคาค่าเช่าต่อหน่วยพื้นที่ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมอาจจะถึง 3-6 เท่าของค่าเช่า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงแต่ละสถานที่ ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ อาจจะรวมอยู่ในค่าเช่าหรือจ่ายตามการใช้งานจริง

ค่าจ้างพนักงาน

สำหรับว่าที่ผู้ประกอบการที่ต้องการจ้างพนักงานขายประจำร้านสาขา เงินเดือนพนักงานถือเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ไม่ว่ายอดขายจะมากหรือน้อยค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลงการว่างจ้าง ผู้ซื้อแฟรนไชส์ควรจ่ายเงินเดือนให้แก่ตัวเองเช่นกันเพราะเปรียบเสมือนพนักงานคนหนึ่ง เพื่อจะได้แยกออกจากกำไรของธุรกิจ โดยใช้งบประมาณที่เตรียมไว้ในตอนต้นจนกว่าธุรกิจจะคืนทุน

ค่าธรรมเนียมการจัดการ

บางแฟรนไชส์อาจจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน โดยคิดเป็นอัตราร้อยละของยอดขาย บางแฟรนไชส์ไม่มีการเก็บเงินส่วนนี้ จึงต้องดูรายละเอียดสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องกลุ้มใจภายหลัง

ค่าใช้จ่ายทางการตลาด

แฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงและอยู่มานานหลายปีล้วนทำการตลาดอย่างสม่ำเสมอ จนมาถึงจุดที่สินค้าติดตลาด มีฐานลูกค้าเพียบ ก็จะลดความทุ่มเททางการตลาดลง ต่างจากแฟรนไชส์น้องใหม่ที่ต้องเร่งสร้างรากฐานให้แข็งแรง หากผู้ซื้อแฟรนไชส์มีความต้องการส่วนตัวที่จะทำการตลาดเองอย่างเช่นช่องทางออนไลน์ที่ใช้เงินไม่มากแต่ได้ผลค่อนข้างดี ก็สามารถทำได้เช่นกัน เป็นเหมือนการเปิดตัวสาขาให้เป็นที่รู้จัก เพื่อที่จะดึงกลุ่มลูกค้าบริเวณรอบร้านสาขาให้มาซื้อสินค้าที่เรา ซึ่งจะทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพอใจของแต่ละคน 

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

ถ้าเป็นสินค้าอุปโภคสามารถวางจำหน่ายได้เลยคล้ายกับการซื้อมาขายไป แต่ถ้าเป็นแฟรนไชส์ที่จำหน่ายอาหาร วัตถุดิบหลักที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากบริษัทแม่ แทบจะไม่มีขั้นตอนการปรุงที่ยุ่งยากเพียงแค่ทำให้สุกเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดที่ต้องจัดหาเอง เช่น อ่างล้างจาน น้ำยาล้างจาน หรืออุปกรณ์จิปาถะอื่นๆ รวมถึงค่าขนส่ง อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียทุกเดือน

3. เงินทุนหมุนเวียน

การเตรียมเงินทุนสำรองก็เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในช่วงแรกของการทำธุรกิจให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น ซึ่งต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อลดความเสี่ยง จะได้ไม่ต้องกู้เงินให้เป็นภาระ เป็นเรื่องยากที่จะการันตีได้ว่าต้องใช้เวลากี่เดือนจึงจะคืนทุน ขึ้นอยู่กับทำเลเป็นสำคัญ จึงไม่ใช่แค่จ่ายเงินลงทุนก้อนแรกสำหรับซื้อสิทธิแล้วจบ จึงต้องเตรียมเงินหมุนเวียนให้มากพอ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวจนกว่าจะยืนหยัดได้และมีกำไร ตามปกติแล้วเงินทุนหมุนเวียนจะเพิ่มตามอัตราการเติบโตของธุรกิจ เช่น แฟรนไชส์จำหน่ายอาหาร ที่ต้องซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้สำหรับขายให้เพียงพอในแต่ละวัน แบบที่ไม่น้อยจนเสียโอกาสในการขายและไม่มากจนเกินไป เมื่อร้านสาขาเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นก็ต้องตุนสินค้ามากขึ้น  ทำให้ใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้นตามไปด้วย จนกว่าธุรกิจจะได้รับเงินสดจากการขายสินค้าแล้วค่อยนำเงินส่วนนั้นมาเป็นทุนหมุนเวียนต่อไป และเป็นการเตรียมเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม ไม่ใช่ว่าซื้อแฟรนไชส์แล้วจะไม่มีความเสี่ยงเลย เพียงแต่โอกาสที่จะขาดทุนถึงขั้นล้มละลายจนหมดตัวนั้นอาจจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนทำธุรกิจด้วยตัวเองโดยที่ขาดทักษะความรู้และความชำนาญ

การเตรียมงบประมาณเป็นหนึ่งในการวางแผนธุรกิจ แม้การซื้อแฟรนไชส์มีข้อดีตรงที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง ผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน เป็นการซื้อความรู้และความน่าเชื่อถือจากผู้อื่นภายใต้การจัดการที่ถูกวางระบบไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงแรกต้องอาศัยเวลาและความใส่ใจไม่ต่างจากการสร้างธุรกิจขึ้นเอง เพียงแต่ลดขั้นตอนบางอย่างที่ซับซ้อนเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารงานสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนแต่ขาดประสบการณ์ ในเบื้องต้นนั้นจำเป็นต้องรู้ว่าระบบแฟรนไชส์มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หากผู้ซื้อแฟรนไชส์ไม่มีความรู้เรื่องนี้ก็จะทำให้การลงทุนในครั้งนั้นสะดุดจนไม่กล้าที่จะเริ่มใหม่ก็เป็นได้
 

บทความที่เกี่ยวข้อง : แฟรนไชส์ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง/ติดต่อเช่าสถานที่ในห้างสรรพสินค้า/การเสียภาษีสำหรับร้านสาขาแฟรนไชส์

สนใจแฟรนไชส์

iTopPlus1312794406907

LogoTheWaffleFooter

บริษัท เดอะ วอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด

เลขที่ 419/41-44 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 29

ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ

อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270

Tel : 02-748-6410

E-mail Facebook Instagram Line TikTok YouTube

© Copyright 2017  www.thewafflesupply.com  All Rights Reserved